| Ar さんのプロフィール°o.O aR-nGuN O.o°フォトブログリスト | ヘルプ |
|
5月29日 สาเหตุของความเพลีย![]() วันนี้ ได้อ่านบทความนี้ ก็เลยหยิบมาฝากกัน
คิ ด ว่ า น่ า จ ะ ต ร ง กั บ ค ว า ม รู้ สึ ก ข อ ง ใ ค ร ห ล า ย ๆ ค น เ ล ย แ ห ล ะ
สาเหตุของความเพลียในทุกๆ เช้าที่ลืมตาขึ้นมา
ระยะนี้มีหนุ่มสาวไฟแรง ที่เคยเรียนดี ทำงานเก่งมาปรึกษาหลายคน...
ด้วยอาการเพลียใจ ไม่ค่อยมีแรง ไม่สดชื่น เหมือนที่เรียกว่าขาดไฟ หรือหมดไฟ ..นั่นแหละ
พวกนี้เรียนจบปริญญา ทำงานในบริษัทใหญ่ๆ มีชื่อเสียง ทุกคนทำงานแข่งขันกับตัวเอง และเพื่อนร่วมงาน
แลดูเหมือนว่า...น่าจะมีความสุข แต่ทำไม ยิ่งทำ ทำ ไป ยิ่งรู้สึกเพลียมากขึ้น
สอบถามดู ก็ได้ความว่า เขารู้สึกว่าเขาทำงานหนัก มีประชุมบ่อย เวลาพักผ่อนน้อย
บางคนจะมีแฟนก็ไม่มีเวลาให้แฟนเลย เลิกกันไปก็มี พวกที่หาแฟนไม่ได้ ก็ไม่มีโอกาสหาแฟน
แต่ประโยคที่เขาพูดคล้ายๆ กันก็คือ ..เขาไม่รู้ว่าทำไมเขาต้องมาทำงานหนักเช่นนี้
เงินเดือนแม้จะได้มากขึ้น แต่ก็ต้องเสียภาษีมากขึ้น ยิ่งทำมากแต่แลดูเหมือนได้เงินน้อยลง
อนาคตก็ไม่เห็นจะร่ำรวย เขาอยากทำงานเป็นเจ้าของกิจการเล็กๆ ซึ่งน่าจะรวยกว่า
และมีเงินเก็บได้มากกว่า แต่ก้อยังไม่พร้อม และขาดประสบการณ์
คนเหล่านี้เป็นพวกสมองไว คิดมาก และคิดซับซ้อน ความเพลียเกิดจากความสับสนในตัวเอง...
เกิดความขัดแย้งในตัวเองว่าจะทำอะไรดีจะทำงานเก่าต่อไป หรือจะลาออกหางานใหม่
สมองฉลาดพอที่จะมีคำตอบว่าสิ่งใดดีกว่าแต่ตัวเองไม่พร้อมจะทำสิ่งนั้น ไม่กล้าลอง
และไม่กล้าทิ้งงานเก่า เขาจึงเกิดความขัดแย้ง (conflict) ในใจตลอดมา
ความขัดแย้งที่มีอยู่ประจำ ทำให้ตัดสินใจยาก เกิดเป็นความเครียดสะสมมากขึ้น
เมื่อเกิดความเครียด เขาจะขาดสิ่งสำคัญ 3 อย่าง คือ
1) ขาดพลังงาน ทำให้รู้สึกเพลีย เหนื่อยง่าย และเบื่อหน่ายชีวิต
2) ขาดความคิดสร้างสรรค์ คิดอะไรไม่ค่อยออก รวมทั้งการไม่อยากคิด
3) ขาดความรักตัวเอง และเพื่อนมนุษย์ ทำให้ขาดความกระชุ่มกระชวย
นี่คือสาเหตุของความเพลียในทุกๆ เช้าที่ลืมตาขึ้นมา และเพลียมากขึ้นในช่วงเริ่มทำงาน
ตอนกลางวัน พอเลิกงานก็เพลีย กลับบ้าน กินข้าว ดูทีวี แล้วก็นอน ทำจนเป็น
กิจวัตรประจำวันที่จำเจ บางคราวมีงานทำน้อย ก็รู้สึกเพลีย และคิดว่าตัวเองไร้ค่า
เราสอนให้เขายอมรับตัวเองว่า...ขณะนี้เขาเป็นอะไร..? แค่ไหน...?
การเรียนรู้ทำให้ได้ประสบการณ์ อุปสรรค ทำให้เกิดความเข้มแข็งในอนาคต
ทุกอย่างที่ทำอยู่ในปัจจุบัน จะมีทั้งสิ่งดี และไม่ดี แต่ต้องรู้จักเลือกมองสิ่งดีให้มากขึ้น
ไม่ใช่นั่งจ้องมองสิ่งไม่ดี ไม่ชอบ ซ้ำๆ ซึ่งจะทำให้เกิดความหน่ายและเบื่อหน่ายมากขึ้น
สอนให้มองโลกในแง่ดี...ว่าต้องมีทางออกที่ ดี ดี สอนให้มีอารมณ์ขัน
อย่าไปจิงจังกับชีวิตมากนัก จะยิ่งเครียดมากขึ้น และให้ปรับตัวเข้าหาสภาพความเป็นจริง
ให้ออกกำลังกาย มองโลกในแง่ดี รู้สึกสร้างความหวัง และลดความคาดหวังที่มากๆ ลงเสีย
คนพวกนี้ผ่านชีวิตวัยเด็กที่ได้ทุกอย่าง ง่ายๆ และได้อย่างรวดเร็ว
เช่น เรียนจบได้เร็ว พอเป็นวัยรุ่นก็สนุกกับชีวิต พอมาพบปัญหาของชีวิตจริงเข้า
ก็ไม่อยากยอมรับ เริ่มมองเห็นทุกข์ การจะปรับตัวให้รับความจริง
รู้จักตั้งความหวังและยอมรับให้ได้ว่า.. แม้จะทำเต็มที่แล้วก็อาจไม่ได้ดั่งใจนึก
เป็นสิ่งที่เขาต้องเข้าใจ และทำใจยอมรับให้ได้
ไม่สามารถให้ credit เจ้าของบทความนี้ได้
เนื่องจากไม่ทราบที่มาเหมือนกัน แหะ แหะ ^^"
コメント (11 件)
トラックバックこの記事のトラックバックの URL は次のとおりです。 http://arngun.spaces.live.com/blog/cns!6673D57AA7D555C3!1686.trak この記事を参照しているブログ
|
|
|