Ar さんのプロフィール°o.O aR-nGuN O.o°フォトブログリスト ツール ヘルプ
7月5日

My Space


กลัวจะไม่ In trend ตกยุค
เลยตามชาวบ้านชาวช่อง ย้ายไปเล่น hi5, facebook
นี่! แว่บเดียว ผ่านมา 2 ปีกว่าแล้วเหรอเนี่ย???

แค่ 2 ปี...แต่รู้สึกเหมือน
ชีวิตได้เจอะเจอ ผ่านเรื่องราว อะไรต่ออะไร เยอะแยะจัง

ไม่รู้ว่าเหนื่อย หรือแก่ 555 อยู่ๆ วันนี้ก็เกิดนึกถึงที่นี่
M Y-S P A C E-L I V E
เรียกว่าเป็นที่เดียว
ที่อยากมาระบายสิ่งที่ใกล้กับความเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด



+++ไม่ทุกข์ แต่ก็ไม่สุข+++
+++อยากออกจากบ้าน แต่ก็นอนอยู่บ้านมันได้ทุกวันหยุด
+++
+++อยากไปเที่ยวทะเล ได้แค่มองดูคนอื่นเค้าไปกัน+++
+++อยากไปเที่ยวภูเขา ก็ได้แค่คิด+++
+++อยากเที่ยวลุยเดี่ยวอีก ดันคิดไม่ออกว่าอยากไปไหน+++
+++อยากเจอเพื่อนฝูง แต่ก็ขี้เกียจพูด+++
+++เคยอยากทำอะไรก็ทำ แต่วันนี้ทำไมคิดเยอะจัง+++

อาจจะจริงที่ว่าพออายุยิ่งเพิ่มขึ้น ความคิดอาจจะกลับเดินสวนทาง
what's do I wanna for my life???
เกิดอยากงี่เง่า
เกิดอยากเอาแต่ใจ
เกิดอยากเจ้าชู้ 555
เกิดอยากกลับไปเป็น ควายน้อย บ้าง
...เป็นครั้งคราว...

Next Trip Khao Yai
ใครจะไป ยกมือขึ้น \^0^/
ไป refresh กันหน่อยเถอะ





11月22日

This is my life. I'll do whatever I want

 

M a n y  T h a n k s

ก ลั บ ม า เ ห มื อ น เ ดิ ม แ ล้ ว ว ว ว ....

เหตุการณ์ครั้งนี้...ทำให้หงุ่นรู้ว่า "หงุ่นเป็นคนโชคดีมาก...ที่มีคนรักและคอยห่วงใยเยอะแยะขนาดนี้"

ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว และเพื่อนๆ ทุกคน

โดยเฉพาะพ่อกับแม่ ต้องบอกว่าประเสริฐอย่างที่สุดแล้ว

(ดีใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกของพ่อกับแม่ แม้จะเกเร ทำให้ปวดกบาลอยู่สม่ำเสมอ :P ) 

 

ช่วงก่อนที่หายไป ...ต้องฝากขอโทษไปถึงเพื่อนๆ ด้วยว่า หงุ่นไม่สามารถเป็นนายตัวเองได้เลย

มานึกเอาตอนนี้...ก้อดี ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ทำให้ได้รู้ว่า......

                    ++ โลกกลมจิงๆ เดินสวนกันไปเดินสวนกันมา วันนึงเราก้อเจอกันได้ หรือจะเพราะกรุงเทพมันแคบเกินไป -"-

                    ++  ยามที่เราเจอ "คนที่ใช่ (Soul mate)" ไม่ได้แปลว่า เราจะสมหวังในความรัก แต่คนๆ นั้น

                           จะต้องรู้สึกว่าเราก้อ คือ คนที่ใช่ ของเค้าด้วยเช่นกัน ทำให้รู้ว่า....ชีวิตไม่สมหวังไปหมดซะทุกอย่างหรอก

                     ++ จิตใจคนเราย่อมแตกต่างกัน ความรู้สึกที่จะรับรู้ หรือแคร์ความรู้สึกของคนอื่นก็ย่อมจะแตกต่างกันไปด้วย

                            มันยิ่งตอกย้ำเข้าไปอีกว่า หงุ่นเนี่ย!!! ความรู้สึกแสนจะโครตอ่อนแอเลย ไว้ใจคนง่าย เชื่อใจคนง่าย

                            แต่ก้อไม่ได้อยากจะเป็นคนที่มองโลกในแง่ร้ายตลอดเวลา วันนี้คงต้องเชื่อจากประสบการณ์ตรงที่เจอแล้วว่า

                            คนเรารักตัวเองกันทั้งนั้น คนที่จะมารักเราอย่างที่พ่อกับแม่รักเนี่ย มีน้อยเหลือเกินจนแทบจะหาไม่เจอ

พอนึกย้อนกลับไป ตอนนั้นก็สุดแสนจะเจ็บปวด ทรมาน ดีที่ช่วงเวลา มันแค่ 2 เดือนเท่านั้น ไม่ได้ลงลึกไปกว่านี้ 

พอละ!!!  This is my life. I'll do whatever I want.

 

7月23日

MEET & DRINK at HUA-HIN on 21-22 July 2007

 
 
โห...นึกว่าทริปหัวหินนี้จาล่มซะแล้ว
แต่ในที่สุด
ก้อปิดฉากได้ฮา...จิงๆ
 
 
ต้องขอบคุณเพื่อนๆ ที่ทำให้รู้สึกว่าแม้จะมาเที่ยวในสถานที่เดิมๆ
แต่กลับได้ความรู้สึกที่แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิงขนาดนี้กลับไปแทน

พยายามจะ upload รูปให้ยลกันแล้ว แต่ทำไม่สำเร็ด เฮ้อ!! เพิ่งถอยกล้องใหม่มาซะด้วย

 

6月11日

HUA HIN JAZZ FESTIVAL 2007

 ปีที่ 4 กับงาน Hua Hin Jazz Festival 2007

ปีนี้ฉายเดี่ยว...งานจัดได้ดีกว่าทุกๆ ปี จะขาดไปหน่อยก็ตรงศิลปิน
ที่มาแสดง น่าจะมี Koh Mr.Sax man กับคู่หู (เจนนิเฟอร์ คิม) มาร่วม
แสดงเหมือนปีก่อนๆ คงจะทำให้งานปีนี้มีสีสันมากกว่านี้แน่ๆ
 
แรกเริ่มเดิมทีเนี่ย! รู้จักงานนี้ผ่าน blog diary ของพี่คนหนึ่ง
"Heineken Jazz Festival 2003"
ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นปีแรกของงาน
หลังจากได้อ่าน blog diary ครั้งนั้นแล้ว หงุ่นก้อเฝ้าติดตาม
งานนี้ และได้ไปครั้งแรกเมื่อปี 2004 สมัยนั้น งานยังไม่บูมเท่านี้
คนที่ไปร่วมงานก้อไม่มากเท่าปัจจุบัน
 
จากประสบการณ์ที่ไปร่วมงานนี้มา 4 ปี
ทำให้เห็นพัฒนาการของการจัดงาน
ทั้งด้านที่ sucess และ failure
ก้อไม่รู้ว่า งานแบบนี้จะมีต่อๆ ไปอีกซักกี่ปีกัน
แต่ถ้ายังมี หงุ่นก้อคงไม่พลาดแน่นอน ^^
 
Trick เล็กๆ น้อยๆ
                                                        1:: พัก Sofitel สะดวกสุด ทั้งที่จอดรถ การเดินทาง บรรยากาศ
                                                        2:: เสื่อ เตรียมไปด้วย ดีกว่านั่งทรายแน่นอน
                                                        3:: พัด สำคัญ ขาดไม่ได้เลย
                                                        4:: เบียร์ อันนี้ของชัวร์
                                                        5:: ผ้าเย็น แช่เตรียมไว้ในกระติกน้ำแข็ง จาดีมาก            
 
แล้วก็หาคนรู้ใจไปด้วย แค่นี้ก้อชิลแล้ว...
                           
 
 
5月29日

สาเหตุของความเพลีย

 
 
 
 
 
 
วันนี้ ได้อ่านบทความนี้ ก็เลยหยิบมาฝากกัน
คิ ด ว่ า น่ า จ ะ ต ร ง กั บ ค ว า ม รู้ สึ ก ข อ ง ใ ค ร ห ล า ย ๆ ค น เ ล ย แ ห ล ะ
 
 สาเหตุของความเพลียในทุกๆ เช้าที่ลืมตาขึ้นมา
 
ระยะนี้มีหนุ่มสาวไฟแรง ที่เคยเรียนดี ทำงานเก่งมาปรึกษาหลายคน...
ด้วยอาการเพลียใจ ไม่ค่อยมีแรง ไม่สดชื่น เหมือนที่เรียกว่าขาดไฟ หรือหมดไฟ ..นั่นแหละ
 
พวกนี้เรียนจบปริญญา ทำงานในบริษัทใหญ่ๆ มีชื่อเสียง ทุกคนทำงานแข่งขันกับตัวเอง และเพื่อนร่วมงาน
แลดูเหมือนว่า...น่าจะมีความสุข แต่ทำไม ยิ่งทำ ทำ ไป ยิ่งรู้สึกเพลียมากขึ้น
 
สอบถามดู ก็ได้ความว่า เขารู้สึกว่าเขาทำงานหนัก มีประชุมบ่อย เวลาพักผ่อนน้อย
บางคนจะมีแฟนก็ไม่มีเวลาให้แฟนเลย เลิกกันไปก็มี พวกที่หาแฟนไม่ได้ ก็ไม่มีโอกาสหาแฟน
แต่ประโยคที่เขาพูดคล้ายๆ กันก็คือ ..เขาไม่รู้ว่าทำไมเขาต้องมาทำงานหนักเช่นนี้
เงินเดือนแม้จะได้มากขึ้น แต่ก็ต้องเสียภาษีมากขึ้น ยิ่งทำมากแต่แลดูเหมือนได้เงินน้อยลง
อนาคตก็ไม่เห็นจะร่ำรวย เขาอยากทำงานเป็นเจ้าของกิจการเล็กๆ ซึ่งน่าจะรวยกว่า
และมีเงินเก็บได้มากกว่า แต่ก้อยังไม่พร้อม และขาดประสบการณ์
 
คนเหล่านี้เป็นพวกสมองไว คิดมาก และคิดซับซ้อน ความเพลียเกิดจากความสับสนในตัวเอง...
เกิดความขัดแย้งในตัวเองว่าจะทำอะไรดีจะทำงานเก่าต่อไป หรือจะลาออกหางานใหม่
สมองฉลาดพอที่จะมีคำตอบว่าสิ่งใดดีกว่าแต่ตัวเองไม่พร้อมจะทำสิ่งนั้น ไม่กล้าลอง
และไม่กล้าทิ้งงานเก่า เขาจึงเกิดความขัดแย้ง (conflict) ในใจตลอดมา
 
ความขัดแย้งที่มีอยู่ประจำ ทำให้ตัดสินใจยาก เกิดเป็นความเครียดสะสมมากขึ้น
เมื่อเกิดความเครียด เขาจะขาดสิ่งสำคัญ 3 อย่าง คือ
                                              1) ขาดพลังงาน ทำให้รู้สึกเพลีย เหนื่อยง่าย และเบื่อหน่ายชีวิต
                                              2) ขาดความคิดสร้างสรรค์ คิดอะไรไม่ค่อยออก รวมทั้งการไม่อยากคิด
                                              3) ขาดความรักตัวเอง และเพื่อนมนุษย์ ทำให้ขาดความกระชุ่มกระชวย
 
นี่คือสาเหตุของความเพลียในทุกๆ เช้าที่ลืมตาขึ้นมา และเพลียมากขึ้นในช่วงเริ่มทำงาน
ตอนกลางวัน พอเลิกงานก็เพลีย กลับบ้าน กินข้าว ดูทีวี แล้วก็นอน ทำจนเป็น
กิจวัตรประจำวันที่จำเจ บางคราวมีงานทำน้อย ก็รู้สึกเพลีย และคิดว่าตัวเองไร้ค่า
 
เราสอนให้เขายอมรับตัวเองว่า...ขณะนี้เขาเป็นอะไร..? แค่ไหน...?
การเรียนรู้ทำให้ได้ประสบการณ์ อุปสรรค ทำให้เกิดความเข้มแข็งในอนาคต
ทุกอย่างที่ทำอยู่ในปัจจุบัน จะมีทั้งสิ่งดี และไม่ดี แต่ต้องรู้จักเลือกมองสิ่งดีให้มากขึ้น
ไม่ใช่นั่งจ้องมองสิ่งไม่ดี ไม่ชอบ ซ้ำๆ ซึ่งจะทำให้เกิดความหน่ายและเบื่อหน่ายมากขึ้น
 
สอนให้มองโลกในแง่ดี...ว่าต้องมีทางออกที่ ดี ดี สอนให้มีอารมณ์ขัน
อย่าไปจิงจังกับชีวิตมากนัก จะยิ่งเครียดมากขึ้น และให้ปรับตัวเข้าหาสภาพความเป็นจริง
ให้ออกกำลังกาย มองโลกในแง่ดี รู้สึกสร้างความหวัง และลดความคาดหวังที่มากๆ ลงเสีย
 
คนพวกนี้ผ่านชีวิตวัยเด็กที่ได้ทุกอย่าง ง่ายๆ และได้อย่างรวดเร็ว
เช่น เรียนจบได้เร็ว พอเป็นวัยรุ่นก็สนุกกับชีวิต พอมาพบปัญหาของชีวิตจริงเข้า
ก็ไม่อยากยอมรับ เริ่มมองเห็นทุกข์ การจะปรับตัวให้รับความจริง
รู้จักตั้งความหวังและยอมรับให้ได้ว่า.. แม้จะทำเต็มที่แล้วก็อาจไม่ได้ดั่งใจนึก
เป็นสิ่งที่เขาต้องเข้าใจ และทำใจยอมรับให้ได้
 
ไม่สามารถให้ credit เจ้าของบทความนี้ได้
เนื่องจากไม่ทราบที่มาเหมือนกัน แหะ แหะ ^^"
 
 
4月16日

WAKE UP

เทศกาลสงกรานต์ปีนี้
ไปเล่นน้ำที่ไหนกันบ้าง อาหงุ่นไป check rating ที่ข้าวสาร
ตัวเปียก หน้าขาว สมใจกลับมา แปลว่ายัง โอเค :P
 
ยังไงก็ขอกล่าวสวัสดีปีใหม่ไทยกับพี่ๆ เพื่อนๆ 
และขออวยพรให้ทุกๆ คน "สุขี มั่งมี" กันล้วนหน้านะจ๊ะ
 
หายไป หยุดคิดอารายเพลินๆ ซักพัก ^^
 
เห็นปฏิทิน วันหยุดเยอะแยะเลย
อย่างนี้ ต้องเตรียมตัวซะแล้ววว อิอิ
 
 
 
2月21日

อืม...กลมกล่อม

 
 
:: Tag Wallpaper ::
 
สั้นๆ รู้สึก "กลมกล่อม" น่ะ
 

 

 

 
2月7日

RE-NEW

 

งานหนักตั้งแต่ต้นปี เลยทำให้บ่นๆๆ บ่นจนเพื่อน ชวนให้ว่างงาเป็นเพื่อนซะแล้ว -"- มาวันนี้กำลังพยายามเปลี่ยนความคิดตัวเอง ให้รู้สึกสนุกกับงานแทน อีตอนงานน้อย ก็บ่นเหงา ไม่มีงานทำ พอมีงานก็บ่นอีก คนอาราย (วะ) เนี่ย!!! ขอด่าตัวเองหน่อยเหอะ

แต่เวลาเหงาเหงาเนี่ย อาการบ้างานแก้ได้ชะงักนักแหละ :P 

 

 

 

 

1月28日

BLOG TAG COMMUNITY

  
สำหรับ Blog Tag Community...!!!
 
5 ความลับ...ของหงุ่น
ที่ไม่มีใครเคยรู้ หรืออาจจะมีคนส่วนน้อย..ย ที่รู้
 
แต่ เอ๊! ^__^" ถ้ารู้แล้ว ก็อย่าเพิ่งเลิกคบกันเป็นเพื่อนซะละ แหะแหะ
 
1.มิมิจัง
ผ้าห่มเน่าๆ ผืนนึง ที่นอนเป็นเพื่อนคุยกันทุกคืน ตั้งแต่สมัยยังไม่เข้าอนุบาล
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่เด็ดขาด ขนาดพ่อแม่พี่น้อง ญาติแม่ ญาติพ่อ ยังรู้จักมิมิกันทุกคนเลยนะ
 
2.กินนมจนถึงอายุสิบขวบ
ถึงได้ตัวโตซะขนาดนี้  แต่ใช้วิธีดูดจากขวดนมอะ -"-
ก็มันสบายดีนิ กินใส่แก้วมันก็หมดเร็ว ถ้าค่อยๆ ดูด มันก็จะกินได้นานๆ
 
3.ของรักของหวง
เสื้อผ้าของใช้ชิ้นไหนที่ชอบมากเป็นพิเศษ หงุ่นจะไม่เอามาใช้เลย จนกว่าจะหา
อะไหล่สำรองไว้ได้ก่อน โดนว่ามาหลายทีว่า โรคจิต ยอมอะ มันทำใจใช้ไม่ได้นิ...
เสื้อผ้าเนี่ย จะเยอะมาก ที่ซื้อมาไม่ยอมใส่ เนื่องจากชอบมากกไง
ยิ่งอยากใส่เท่าไหร่ มันก็จะได้นอนอยู่ในตู้สบายนานขึ้นเท่านั้น อ่อ อืมนะ
 
4.แม่บ้านแม่เรือน
หลายคนบอกว่า ขัดกะบุคลิกภายนอกมากหงุ่น
แต่อันที่จิงแล้ว หงุ่นเป็นแม่ศรีเรือนมากๆ เหลือแค่ยังทำกับข้าวไม่เป็นอย่างเดียว
นอกนั้น หายห่วง... พฤติกรรมนี้ ติดมาจากแม่เต็มๆ ไม่รู้ทำไมต้องซึมมาที่หงุ่นด้วย
บ่อยไป ที่หงุ่นถูบ้าน ซักผ้าเอาตอนเที่ยงคืน ตีหนึ่งเนี่ย ไม่ชอบเห็นบ้านเลอะๆ น่ะ
 
5.โกหกไม่เป็น
เป็นคนไม่ชอบโกหก เพราะโกหกใคร โดนจับได้ทุกทีสิ
(ไม่ได้ไม่ชอบนะ แต่มันทำไม่สำเร็จ เป็นงั้นไป 555)
วิธีจับผิดหงุ่นจะง่ายมาก สังเกตที่จมูก อย่างเดียว
เวลาโกหกมันจะบานๆ เซียนจับผิดอาหงุ่น บอกมางั้น
 
 
ครบ 5 ข้อแล้ว คิดหลายวัน เลยมาอัพช้า ขอโทดเพื่อนๆ ที่รออ่านกันด้วย
เป็นคนไม่ค่อยจะมีความลับอะนะ 555
(ขอผิดกติกาเกมนี้หน่อยนะ คือหงุ่นขอไม่ tag เพื่อนๆ ต่อ เพราะคิดว่าส่วนใหญ่น่าจะโดนกันหมดแล้ว)
  
1月16日

MY OFFICEEEE

 
 
 
ไม่อยากจะเผา office ตัวเองเล้ย
แต่ตอนนี้ ดูสภาพกันเองแล้วกัน ไม่ไหวเลยน่ะ
 
งานหนัก ตั้งแต่หลังปีใหม่มา
ยังพอทน แต่สภาพที่ทำงานเป็นแบบนี้
พูดได้คำพูดว่า เซ็ง ....
 
1月3日

HAPPY NEW YEAR 2007

ปิดฉากลงเสียที...ปี 2006
ปีที่หงุ่น (ยกให้เป็นปียอดแย่ของตัวเอง)
มาดูกันว่า 1 ปีที่ผ่านไปนั้น เกิดอะไรขึ้นบ้าง
สิ่งที่ตั้งใจไว้ในแต่ละเรื่อง สำเร็จ หรือ ล้มเหลว???
 
1. เรื่องของหัวใจ - แม้จะยังแอบนึกถึง มีเหงาอยู่ปลายๆ บ้าง แต่โดยภาพรวม ตัดใจและหยุดชีช้ำ กลับมาอยู่กับตัวเองได้ซะที
2. เรื่องของงาน - ลาออกจากบริษัทที่ทำให้ตัวเองเหมือนเป็นคนไร้วิญญาณ ได้กลับมาร่วมงานกับเพื่อนๆ พี่ๆ ที่คุ้นเคยอีกครั้ง :)
3. เรียนจบโทแล้ว (จบสิ้นกะชีวิตที่มีแต่เช้าทำงานๆ เย็นเรียนๆ ทำรายงานๆ สอบเสดต้องนอนๆ 555) ได้สวมชุดครุยธรรมศาสตร์ที่ใฝ่ฝันด้วย ดีใจมากมาก
4. ได้ไปเที่ยว ในที่ที่ตั้งใจไว้ ไม่ว่าจะเป็นฮ่องกง, ปาย, งาน Jazz ที่หัวหิน, เขาใหญ่, งาน Concert หรือแม้แต่งาน Royal Jazz เมื่อเร็วๆ นี้ที่ผ่านมา ที่ค่าบัตรแสนจาแพง แต่ก้อไม่เสียใจที่ตัดสินใจไป แม้จาไปนั่งฟังคนเดียวก็ตามที
5. ได้คุยและรู้จักกับคนที่อยากจะรู้จักมาร่วมปี
6. ได้รู้จักเพื่อนดีๆ กวนๆ น่ารักๆ เพิ่มขึ้นหลายๆ คน แม้บางคน จารู้จักโดยเป็นเพื่อนของเพื่อนของเพื่อน... หลายๆ ทอดก็ตามที และบางคนจารู้จักกันโดยผ่านตัวอักษร ไม่เคยเห็นหน้าคร่าตากันจริงๆ เลยก็ตาม แต่มิตรภาพก็สื่อถึงกันได้ (เหมือนโฆษณาไปหน่อย)
7. หลังจากรอคอยมานานแสนนาน ก้อได้รถมาเป็นของตัวเองซะที ขอบคุณพ่อแม่ที่ช่วยเหลือ ต่อเติมฝันนี้ให้เป็นจริงขึ้นมา
 
จาว่าไป เรื่องที่ตั้งใจจะทำ แต่ยังทำไม่สำเร็จ
ก็...
 
1. จะประหยัด เก็บสตางค์หยอดกระปุก ให้มากกว่านี้
2. กลับบ้านให้เร็วขึ้น ไม่ดึกมากกกก
3. ให้เวลา ใส่ใจครอบครัวเพิ่มขึ้นอีก โดยเฉพาะพ่อ กะนางน้องชายตัวแสบ
4. พยายามไม่มีอคติกับหัวหน้างานตัวเอง จาได้ไม่ต้องย้ายงานใหม่อีก ย้ายบ่อยเหลือเกินเรา.... T^T
5. หาโอกาสไปวัด ทำบุญ นั่งสมาธิให้ได้ ปีก่อนก็ตั้งใจไว้ แต่ไม่ได้ทำเล้ยยย
 
ปีใหม่แล้ว ถือโอกาสเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ ด้วยเลยละกัน
หงุ่นว่านะ... ไม่ว่าจะปีไหนๆ ย่อมมีอุปสรรค
เหมือนๆ กันทุกปี อย่างปีนี้ก็เริ่มต้นปีด้วยข่าววางระเบิดทั่วกรุงซะแล้ว
แต่หงุ่นก็เชื่อเสมอเช่นกันว่า
ไม่ว่าอุปสรรคจะหนักหนาซักแค่ไหน
เราทุกคนสามารถผ่านข้ามอุปสรรคเหล่านั้นไปได้แน่นอน
 
โชคดีปีใหม่ ปีหมู อู๊ด อู๊ด กันทุกคนน้า
 
12月28日

Merry X'mas at PAI

ที่ขึ้น Title: แบบนี้
เพราะปีก่อน หงุ่นก็ขึ้นไปเชียงใหม่ช่วงเทศกาล X'mas เหมือนกัน
เป็นจังหวะ และโอกาสที่ช่างงงง จาบังเอิญซะจริงเลย
 
นี่ !!! ก็เพิ่งกลับจากปายได้ 3 วัน
เมืองที่หลายคนกล่าวกันว่า เป็นเมืองเล็กๆ ที่เวลาเดินช้าตลอด
แต่เอาเข้าจริง หงุ่นกลับรู้สึกว่า เวลาเดินเร็วกว่าปกติซะอีก
 
"เหมือนทุกๆ ครั้งที่คนเรามีความสุข เวลามักจะผ่านไปเร็วเสมอ"
 
ที่ประทับใจที่สุดคงเป็นเรื่อง...
ที่ได้ขับรถขึ้นเขาไปเที่ยวเอง ตามที่เคยฝันไว้
 
 อากาศดี เย็นสบาย หายใจได้ชุ่มปอดสุดสุด
จากเชียงใหม่ถึงตัวเมืองปาย ระยะทางเพียงแค่ร้อยกิโลนิดนิด
แต่ทำให้หงุ่น พอมีเวลาคิดอะไรเพลินๆ เกี่ยวกับตัวเอง
หลายหลายอย่าง !!! อยู่กับตัวเองบ้างก็ดีนะ
 
ปีนี้อากาศในกรุงเทพ ถึงจะเย็นขึ้นกว่าปีก่อน
แต่ก็ทำให้บรรยากาศต้อนรับปีใหม่ ดูอบอุ่นขึ้น
ตรงกันข้ามกับอากาศที่มีแนวโน้มว่าอุณหภูมิจะลดลงอีก
 
ลานเบียร์...
จึงกลายเป็นสถานที่นัดพบยอดฮิตในช่วงนี้ 
 
  
 
อย่างเช่นเมื่อคืนที่ผ่านมา มี Mini Concert ของเจมาแสดงที่บูทของไฮเนเก้น
งานนี้ อาหงุ่นจดจ่อเฝ้ารอดูอยู่เกือบสองอาทิตย์ เหอ เหอ...
 
M e r r y  X ' M a s ทุกทุกคนจ้า
 
 
12月11日

BEAUTIFUL NIGHT

 
 
ช่วงนี้ อารายๆ ก็เหลืองไว้ก่อน รวมทั้ง Blog นี้ด้วย อิอิ!!!
เมื่อเย็นวันเสาร์ที่ผ่านมา หงุ่นไปดู Concert Jazz Royal
ที่สนามเสือป่า (ตรงสวนอัมพรน่ะ) มา
 
^o^ ตัดสินใจถูกจิงๆ ที่เอาเก้าอี้สนามไปด้วย
แต่พอนั่งเก้าอี้ตัวเล็กๆ นานๆ ก้อชักจะเมื่อย
สุดท้ายต้องคืนสู่สามัญ นั่งลงบนสนามหญ้านี่อะแหละ
รู้งี้ เอาเสื่อมาปูนอนเลยก้อดีหรอก -*-
 
ไปถึงประมาณสองทุ่ม
ซึ่งที่จริง Concert เริ่มแสดงไปแล้วตั้งแต่ตอน 6 โมงเย็น
หงุ่นไปถึง ก็เดินสำรวจบูทรอบๆ งานนิดหน่อย มีแต่ของกิน 555
เริ่มมองหาทำเล ไปถูกใจโซนหน้าเยื้องๆ กับเวทีนิดหน่อย
ok ตรงนี้แหละ ได้แล้วก็จัดแจงกางเก้าอี้
นั่งฟังไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึง show สุดท้าย ซึ่งเป็นการแสดงของ Kenny G
เรียกว่าเป็น HiLight ที่ทำให้หงุ่นตัดสินใจมาฟัง Concert นี้เลยเชียว
แม้จะเริ่มแสดงดึกมาก แต่ทันทีที่เสียงแซกโซโฟนดังขึ้น ก็รู้สึกได้เลยว่า
คุ้มค่ากับการเฝ้ารอคอยจิงๆ
 
อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน
แต่บอกได้คำเดียวว่า เยี่ยม ที่สุด ^_^
 
Weekend ที่ผ่านมา หงุ่นยังได้ไปเหยียบน้ำทะเลมาด้วย
"หัวหิน" ที่เดิมนั่นเอง
หลังจากที่ไม่ได้ไปมาหลายเดือนแล้ว
ก่อนเข้าที่พัก แวะกินข้าวที่ร้าน "ชมทะเล" ซะหน่อย
บรรยากาศร้านนี้สมชื่อมากๆ
recommend เลย วิวสวย อาหารอร่อย
(สอบถามรายละเอียดได้นะจ๊ะ...ถ้าเพื่อนๆ คนไหนจะแวะไป)
 
 เดือนนี้ ชีพจรลงเท้า
อีก 2 อาทิตย์จะขึ้นเหนือ ไปปาย
ยังไม่เคยไปมาก่อนเลย แต่ตั้งใจว่าหนาวปีนี้ ต้องไม่พลาด
เพื่อนๆ พี่ๆ คนไหนมีประสบการณ์เคยไป
พอจะแนะนำอะไรได้ ยินดีรับฟังหมดนะจ๊ะ
 
ฝากถึงทุกคนด้วยว่า
เดินทางไปไหนมาไหนให้ระมัดระวัง
ปลอดภัยกันทุกๆ คนนะจ๊ะ 
 
 
11月30日

REWARD

 
Edit  Latest version :: 
(อันนี้สำหรับเพื่อนๆ ที่เข้ามา comment ก่อนหน้านี้ อาจจะงงๆ ว่าเนื้อหาของ blog นี้มันเปลี่ยนไป ไม่ต้องสงสัย เปลี่ยนจิงๆ ผีไม่หลอก
เพราะเจ้าของ space มีความตั้งใจอยากจะเก็บแต่เรื่องราวดีดีเอาไว้ ก็เลยขอปรับแต่งนิดหน่อย
ขอบคุณสำหรับทุกๆ comments น้า แต่ถ้าไม่สะใจ จา comment ใหม่อีกหลายๆ รอบ ก็ยินดีจ้า)
 
 
กลับมาแล้ว..ววว !!!
 
หลังจากตัดสินใจให้รางวัลกับตัวเอง
โดยการบินลัดฟ้าไปสู่เกาะ ฮ่อง-กง
ดินแดนของนัก shopping ทั้งหลาย
 
 
 
 
ทริปนี้ Bag pack ไปกันเอง
หลังจากกล่อมประสาทเพื่อนสมาชิกร่วมทริปไปได้อีก 3 คน รวมเป็น 4 ชีวิต
โดยอาหงุ่น ทำหน้าที่เป็น Navigator
ถูกบ้าง ผิดบ้าง เล่นเดินกันลากขา เฮ๊ย! ขาลากเอาเหมือนกัน
 
ชอบมากอย่างหนึ่งเวลาไปต่างบ้านต่างเมือง
ก็คือ สื่อสารกับคนที่พูดคนละภาษากับเราได้
รู้สึกตัวเองเก่งแหะ... ไม่เสียแรงที่พ่อแม่ขายส้มเลี้ยงมาจนโตขนาดนี้
 
ถือโอกาสเข้าอีกวาระเลยละกัน
 
Blog นี้ช่างประหยัดซะจริงๆ !!!
ไม่ใช่เพราะไป shop จนหมดกระเป๋าอารายหรอกนะ
แต่อยากรวมเรื่องดีดี ไว้ด้วยกัน ก็เท่านั้นเอง
 
Birth Day ปีนี้
มีหลายอย่างให้ Surprise!!!
หลังจากที่ต่อม Surprise ตายด้านไปหลายปี
 
^_^
 
เอาหล่ะ
หงุ่นจาเริ่ม refill แล้วละนะ 
 
 
 
 
 
 
10月24日

MIND

เท ศ กา ล อา หา ร เจ  ...แท้ แท้
แต่ ห งุ่ น ก็ ดัน เ อา รู ป อา หา ร ไ ม่ เจ มา ยั่ ว ค น กิ น เจ กั น ซะ นี่
อิ อิ
 
แ ต่ ละ รู ป เ นี้ ย ใ ช้ มื อ ถื อ เ ค รื่ อ ง นี้ ถ่า ย มา ทั้ ง ห ม ด
 
แ ต่ เ มื่ อ วั น อา ทิ ต ย์ ที่ ผ่า น มา
เ พ ราะ ค วา ม ไ ม่ ระ มั ด ระ วั ง ข อ ง
เ จ้า ข อ ง -"-
ทำ ใ ห้ มื อ ถื อ เ ค รื่ อ ง นี้ ห ล่ น บ น ร ถ ตุ๊ก ตุ๊ก คั น นึ ง
ย่า น สะ พา น พุ ท ธ
 
 
 
ไ ม่ ไ ด้ มี เจ ต นา มา เ รี ย ก ร้ อ ง อา รา ย
เ พ ราะ ผ ล มั น มา จา ก ค วา ม สะ เ พ ร่า ข อ ง ห งุ่ น เ อ ง
 
แ ต่ ฝา ก ค วา ม ถา ม เ พื่ อ น ๆ พี่ ๆ น้ อ ง ๆ ไ ว้ คิ ด เ ล่ น ๆ กั น ว่า
 
"ถ้า คุ ณ เ ก็ บ มื อ ถื อ เ ค รื่ อ ง นี้ ไ ด้
คุ ณ จะ ทำ อ ย่า ง ไ ร กั บ มั น" 
 
ข อ บ คุ ณ พี่ ๆ น้ อ ง ๆ แ ละ เ พื่ อ น ๆ ทุ ก ค น
ที่ แ วะ มา ฝา ก ค อ ม เ ม้ น ท์ ต่า ง ๆ นา ๆ ไ ว้
ช้า ห น่ อ ย แ ต่ สั ญ ญา ห งุ่ น ก ลั บ ไ ป เ ม้ น ท์ หั้ ย แ น่ ๆ จ้า......
10月5日

MY WAY

 
ลองเปลี่ยนมาเดินข้ามสะพานกลับบ้าน
ทุกวันแบบนี้
ทำให้ได้เห็นอะไร ที่ไม่เคยได้เห็น ไม่เคยสังเกต
หลายอย่างเลย
 
ทำให้...ตอบคำถามตัวเองได้ว่า
ทำไม ใครๆ ถึงอุตส่าห์ขึ้นรถกันมา
เพื่อขึ้นมายืนมองวิวอาราย ตรงกลางสะพานกันทุกวี่วัน
 
ทำไม ใครๆ ถึงได้ชอบมาจับจองที่นั่งคุยกันบน
ท่อนเหล็กเขียวๆ นี่กันนัก
 
แล้วคุณล่ะ อยากมาสัมผัสความรู้สึกแบบนี้
ด้วยตัวเองกันมั้ย
 
 
9月28日

RAIN DAY

 
 
 
 
ทำไม ปีนี้
หน้าฝนถึงได้ยาวนานเสียจริงน้า
เวลาเห็นฝนตกหนักๆ แบบนี้
ทำให้นึกถึง คนที่เค้าไม่มีบ้านอยู่จัง
คงจะลำบากน่าดู เพราะขนาดเราๆ มีร่ม
มีบ้านกัน ก็ยังไม่วายเหมือนลูกหมาตกน้ำกันเล้ย..ยยย
 
 
 
 
9月20日

WHAT's iT?

 
## ถูกต้อง... มันก็คือเครื่องดูดควัน นั่นเอง!!! ##
 
แบบว่า... ไม่เคยเห็นไง -_-"  ก็เลยถ่ายรูปมาฝากเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ กัน
ว่าการทำธุรกิจสมัยนี้ เค้าแข่งขันกันเข้มข้นขนาดไหน
 
ไม่ว่าจะเรื่องคุณภาพ ความสะอาด ความอร่อยแล้ว
ความแปลกใหม่ บางอย่างก็เป็นจุดขายที่สำคัญได้เหมือนกัน
 
ตอนกลับบ้านวันนี้ เห็นทหารยืนประจำการอยู่บนสะพานพุทธ และสะพานพระปกเกล้าด้วย
สถานการณ์ดูออกจะตรึงเครียดจัง แต่ก้อมีภาพเหตุการณ์น่ารักๆ ชวนให้อดยิ้มไม่ได้ ^_^ 
ก้อคือ มีช่างกล้อง 2 คน กำลังเล็งถ่ายภาพทหารนายนั้น แบบเดินถ่ายรอบๆ 360 องศา คงจะทุกมุมทุกองศา
ทหารก็ดี ยืนนิ่ง เหมือนเป็นนายแบบ ... เรียกว่า ใครใคร่ยืนก็ยืนไป ใครใคร่ถ่ายก็ถ่ายไป ...
 
 
 
9月13日

THE HOST

 
ขำๆ กันนะ....
เห็นทีเซอร์หนังเรื่องนี้ (โม้)ว่าเปิดตัว ทำลายสถิติ Box Office ของเกาหลี
เลยจูงมือหนุ่มน้อยไปดูมาเมื่อวันเสาร์
ไม่ผิดหวังจริงๆ
และถ้าเป็นคอหนัง คงจะรู้จักทีมพากย์ "พันธมิตร"
เลยทำให้หนังดูสนุกมากยิ่งขึ้น
 
ถ้าเพื่อนๆ คนไหนจะไปดู
แนะนำว่า "อย่าคิดมาก" เวลาดู
และ
"อย่าตั้งคำถาม" หลังจากดูจบว่า
............
เจ้าลูกอ๊อดเนี่ย
ตกลงแล้ว มันโผล่มาจากไหน
ทำไมอยู่ๆ ก้อมาห้อยหัวอยู่ใต้สะพาน
แล้วทำไมมันไม่กินเหยื่อที่จับได้เลย
ต้องอมไว้ แล้วไปคายเก็บไว้ในรังอีก
ตกลงมันชอบอยู่ในน้ำ หรือบนบกกันแน่
บางทีก้อดำน้ำหายไปเลย
บางทีก็ใช้หางโหนราวใต้สะพานอย่างกะลิง
ตกลงแล้วมันเป็นตัวแพร่เชื้อไวรัสหรือเปล่า
???
 
คิดแล้วปวดหัว เพราะจะไม่มีใครได้คำตอบ
อย่าคิดมาก ดูเอาหนุกๆ กราฟฟิกทำได้เนียนมาก
ตอนสุดท้าย สงสารมันเหมือนกันนะ
มันก้อแค่หาอาหารกินตามสิ่งมีชีวิตทั่วๆ ไป
 แต่เพราะดันไปจับเด็กหญิง นางเอกของเรื่องเข้า
ก็เลยโดนตามล่าซะ ....
จิงๆ ถ้ามันเลือกเหยื่อคนอื่น คงไม่ตาย 555 
 
 
9月10日

GO ON

 
 
เคยอ่านเจอในนิตยสารคอลัมน์หนึ่ง (ชื่ออะไรจำไม่ได้แล้ว)
สรยุทธ พูดไว้ว่า "การทำงาน ทำให้คนมีคุณค่า"
 
ง่ายๆ ก็คือ หน้าที่สำคัญอย่างหนึ่งของคน
ทุกๆ คนก็คือ การทำงาน
 
แต่ในชีวิตจริง เท่าที่เคยประสบมา งานแบ่งได้ 2 แบบง่ายๆ คือ
งานแบบที่เราทำไม่ได้ และ งานแบบที่เราทำได้
 
แบบที่เราทำไม่ได้เนี่ย เคยเจอมาแล้ว มันคอยแต่ทำให้เรากดดันตัวเอง
ส่วนอีกแบบ...งานแบบที่เราทำได้
ถึงแม้ว่างานจะมีเยอะ เยอะซะจนทำไม่ทัน
ตลอดทั้งวันนั่งจ้องจอคอมอยู่ทุกๆ นาที (อย่างทุกวันนี้ 555)
แต่มันกลับทำให้รู้สึก "ตัวเองมีคุณค่า" ขึ้นมานะ
  
ยังไงซะ !!! ก็ต้องแบ่งเวลา หากิจกรรมผ่อนคลายบ้างนะ
ยังไม่เฉลยตอนนี้ เดี๋ยวอาทิตย์หน้า ขอไปลองกิจกรรมใหม่
นี้ดูก่อน ดีไม่ดีอย่างที่คิดไว้อย่างไง จะมาเล่าสู่กันฟังต่อนะ